Saturday, November 03, 2007




หลังจากที่ใช้เวลาดูใจกันเพียงไม่นานในที่สุดเธอก็ตกลงแต่งงานกับเขา ชายผู้เป็นรักแรกของเธอในวันแต่งงาน ว่าที่สามีของเธอได้ซื้อตุ๊กตาคู่บ่าวสาว มามอบให้เป็นของขวัญด้วยความที่เธอเพิ่งได้รู้จักความรักมาเพียงน้อยนิดเธอจึงเข้าใจเพียงว่าสามีของเธอช่างเป็นคนโรแมนติกเสียจริง
แต่เนื่องด้วยความที่เธอยังไม่เข้าใจคำว่ารักและไม่ได้ใช้เวลานานพอ จึงทำให้ทั้งคู่ทะเลาะกันบ่อยมากเพราะเธอเป็นคนที่เอาแต่ใจ สามีของเธอถึงจะเป็นคนที่มีเหตุผลมีความคิดที่เป็นผู้ใหญ่กว่า แต่ก็เป็นคนอารมณ์ร้อนทั้งคู่จึงทะเลาะกันรุนแรงมาก แต่เขาก็จะเป็นคนไกล่เกลี่ยให้เรื่องร้ายบรรเทาลงได้ทุกครั้งไปจนครั้งนี้ ด้วยความโมโห เธอได้ปัดตุ๊กตาคู่รักลงจากโต๊ะที่เคยมีทั้งสองยืนเคียงกันบัดนี้ตุ๊กตาทั้งสองกระจัดกระจายไปคนละทางเธอหยิบตุ๊กตาเจ้าสาวมาขวางใส่เขา ประกาศจะขอหย่ากับสามีเขากอดตุ๊กตาเอาไว้แน่น แล้วเดินออกจาเรือนหอแห่งรักไปทั้งน้ำตาหลังจากพายุสงบลง หญิงสาวก็นั่งนิ่งแล้วร้องไห้่เธอเหลือบไปเห็นตุ๊กตาเจ้าบ่าวที่เหมือนจะนอนร้องไห้อยู่ที่พื้นเธอหยิบมันขึ้นมากอดอย่างเจ็บปวดที่สุดปากเธอพร่ำบอกรักเจ้าบ่าวของเธอร้อยพันครั้งแต่ก็ไม่มีเสียงตอบใดๆจากเจ้าตุ๊กตาตัวน้อยเธอลุกขึ้น กอดตุ๊กตาเดินออกไปนอกบ้านตั้งใจจะออกไปตามหาเขา...คนรักเพียงคนเดียวของเธอแต่พอพ้นประตูบ้านไป ก็เห็นสามีของเธอนอนอยู่ที่ริมรั้วเขาหลับไปทั้งๆที่ยังกอดตุ๊กตาเจ้าสาวอยู่เธอจึงเข้าไปปลุกแล้วบอกว่า" ขอโทษนะจ๊ะ เพื่อนของฉันดูท่าทางเหงาเพื่อนของเธอก็ทำหน้าเศร้าจังเลยฉันจึงอยากจะขอเจ้าสาวจากเธอมาให้เพื่อนฉันเพื่อให้ทั้งสองได้อยู่ด้วยกันตลอดไป "เธอเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาแล้ว และเธอก็กำลังยิ้มเช่นกันมันเป็นช่วงเวลาที่เขาและเธอช่างสุขใจเหลือเกิน" ให้ไม่ได้หรอก ฉันมีเพียงแค่เธอคนนี้เท่านั้นเธออยู่ปลอบฉันทั้งคืนเลยถ้าให้เธอไปแล้วใครจะปลอบฉันล่ะแล้วเธอก็หัวเราะ " โธ่ ให้ฉันไม่ได้เหรอ แล้วฉันจะคอยปลอบเธอเองเถอะนะ ฉันซื้อก็ได้ เท่าไหร่ฉันก็จะซื้อให้ได้ "" ถ้าความรักมันซื้อขายกันได้ง่ายๆก็ดีน่ะสิ " เขาตอบ" ถึงยังไงฉันก็คงขายให้ไม่ได้หรอก เพื่อนฉันคนนี้มีค่าสำหรับฉันมากเพราะเธอนำพาคนที่ฉันรัก กลับมาหาฉันอีกครั้ง "หญิงสาวตื้นตันใจจนน้ำตาไหลลงมา " จะพอมั้ยถ้าฉันจะจ่ายแสนกอด ล้านจูบและความรักที่ไม่มีวันหมดไป "" กลับบ้านด้วยกันนะ …"เวลาทะเลาะกัน ต่างฝ่ายต่างรู้สึกไม่พอใจซึ่งกันและกันในช่วงเวลานั้นส่วนของโทสะจะมีมากกว่าความรักยิ่งหากเธอโยนความรักทิ้งไป มันก็จะเหลือเพียงความโกรธความไม่พอใจเท่านั้นเองและเพราะเธอโยนความรักทิ้งไป เธอจึงลืมไปว่าั้นถึงแม้ตอนที่ทะเลาะกัน จะโกรธ เกลียด ด่าว่ายังไงงเวลานั้นเราก็ยังรักกันอยู่ ที่ทะเลาะก็เพราะรักไม่ใช่เหรอทำไมไม่กอดความรักเอาไว้เธอจะเข้าใจความหมายของการทะเลาะกันทะเลาะกันก็เพราะว่ารักมาก แต่ไม่เข้าใจกันเพราะเธอโยนความรักทิ้งไปในตอนที่ทะเลาะกันเธอจึงกล้าจะบอกเลิกได้เพราะความรักที่เธอเคยมีมากมายอยู่บนพื้น ไม่ได้อยู่ในใจของเธอ่และเธอจะเจ็บปวดที่สุดเมื่อเก็บความรักบนพื้นกลับมาใส่ในใจเธออีกครั้ง...ดีใจทุกครั้งที่ได้ทะเลาะกันเพราะรู้ดีว่าคนที่กำลังด่าว่าฉันอยู่เธอทำเพราะว่ารักฉัน รู้ดีว่าเมื่อปัญหาจบลงความเข้าใจจะเพิ่มขึ้นความรักก็เหมือนกัน เคยสังเกตมั้ยว่าเราจะรักกันมากขึ้น ถ้าได้ทะเลาะกัน

Friday, October 19, 2007



ความคิดถึงเป็นส่วนหนึ่งของความรัก


ความคิดถึงเป็นส่วนหนึ่งของความรัก

แน่นอนความรักยังต้องมีส่วนประกอบอื่นๆอีกมาก

แต่ความคิดถึงมักจะมาก่อนเสมอ


หลายคนบอกฉันว่า เพราะรัก จึงหวง

หลายคนบอกฉันว่า เพราะรัก จึงห่วง

หลายคนรวมเอาความหวง เข้าไว้กับความห่วงซึ่งฉันไม่เห็นด้วย


รักคือ "ความห่วงใย" ในทุกย่างก้าวคืออาทรและใส่ใจ

รักคือ "ความห่วงใย" ไม่ว่าจะทำอะไรให้คำนึงถึง

แต่รักไม่น่าจะใช่ "หวงหึง"

ไม่น่าจะต้องเป็นถึงขนาดนั้น


รักคือ คิดถึง และใจถึงกัน ก็พอ

"หึง" ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวกับรักเลย

"หึง" คือความรู้สึกคับแคบและเห็นแก่ตัว

"หึง" คือจุดเริ่มต้นที่จะทำให้ความรักไม่ราบรื่นสวยงาม


หากรักกัน ทำดีต่อกัน ยิ้มให้กัน

และมีความสุขเมื่อคนที่เรารักมีความสุข

ไม่ว่าเขาจะเลือกมีความสุขวิธีไหน

หากเธอทำบ้านของเธอให้เป็นบ้านที่อบอุ่น

คนที่เธอรักคงไม่อยากเดินออกไปจากชีวิตเธอ

หากเธอมีความสุข

หากเธอทำให้สิ่งรอบๆ ตัวมีความสุขสวยงาม

ความรักไม่ต้องการข้อกำหนดอะไรเกินกว่านี้เลย

ความคิดถึงเป็นส่วนหนึ่งของความรัก......ฉันเชื่อ


ความรู้สึกพิเศษ


ความรัก ไม่ควรเป็นการผูกมัด

รัก.....ไม่ได้หมายถึงการเป็นเจ้าของ

รัก......ไม่ได้หมายถึงการขาดสติไตร่ตรอง

รัก.......แล้วไม่ควรให้ร้อนรุ่มกลัดกลุ้มใจ


รัก.......เป็นความรู้สึกพิเศษ

รัก.......คือความรู้สึกดีๆและมีสติ

รัก.......ไปเถอะถ้ารักแล้วใจอุ่น

รัก.......ไปเถอะถ้ารักแล้วไม่ว้าวุ่น

รักไปเถอะ ถ้ารักแล้วหมายถึงความรู้สึกดี



จำไว้ว่า รัก คือการให้ ...ไม่ใช่ตั้งความหวัง

รัก......ไม่ได้หมายถึงการเรียกร้อง

รัก.....แล้วไม่ทำให้น้ำตานอง

รัก......เป็นเรื่องของสองเราเท่านั้นพอ

ให้รักเป็น ความรู้สึกที่ิพิเศษและมีชีวิตชีวา

ให้รักเป็น แววตาที่สดใส

ให้รักนี้เป็นรักที่ไม่อ่อนไหว

หากแต่เป็นความอบอุ่นในใจและเอื้ออาทร



เพียงเท่านี้.....

รักนัั้นจะคงอยู่และงดงามตลอดไป

ในใจเธอชั่วนิรันดร

Friday, August 31, 2007

หน้ากากแห่งรัก
ปัญหาส่วนใหญ่ที่ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ คือ เวลา...เวลานั้นไม่เคยหยุดนิ่ง ความรู้สึกแรกรัก จึงมักเปลี่ยนไป เมื่อเวลาผ่านไป เพราะคนเรา หนีธาตุแท้ของตัวเองไม่พ้น ไม่นานสิ่งที่ซ่อนไว้ของตัวเราจากสายตาคนอื่น ก็จะปรากฏออกมา...

ความสัมพันธ์ ของคน 2 คน จะยืดยาวหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับ ความเป็นตัวของตัวเอง อย่างที่เป็น... แสดงออกให้กันและกันเห็นให้มากที่สุด ในตอนเริ่มแรก เพื่อดูว่าอีกฝ่ายรับที่เราเป็นเราได้มากน้อยแค่ไหน ไม่ใช่ใส่หน้ากากเข้าหากัน ด้วยการพยายามเป็นอะไรที่ไม่ได้เป็น...

เพราะเมื่อเวลาผ่านไป...และความจริงปรากฏ ทุกสิ่งจะมีอันต้อง จบลงอย่างที่ไม่ควรจะเป็นภาพลักษณ์นั้น อาจสำคัญ เพราะมันทำให้ตรึงตาต้องใจ และดึงดูด ฝ่ายตรงข้าม แต่

ภาพลักษณ์ ที่ถูกปรุงแต่ง... นั้นไม่ดีเลย...มันทำให้เกิดความรู้สึกดีๆในช่วงแรกเพียงเท่านั้น สุดท้าย เมื่อทุกอย่าง ที่เป็นเรา เปิดเผย การไม่ยอมรับก็มักจะตามมา

ความจริง ข้าพเจ้าเคยบันทึกไปแล้วว่า ความเป็นจริงในชีวิตบางครั้งมันดูเพี้ยน ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนผิดเพี้ยนไปจากที่หวัง ผิดเพี้ยนไปจากที่ฝัน สีผิดเพี้ยน รูปทรงผิดเพี้ยน ทุกอย่างเพี้ยนไปหมด แต่นั่นล่ะ เสน่ห์ของมัน เสน่ห์ของความเป็นจริง ไม่ต้องมีอะไรมาแต่งเติม ไม่ต้องพยายาม ทำให้มันดีเลิศ ความเป็นจริง ดำเนินไปในรูปแบบของมันเอง อย่างที่มันเป็น...

แต่คนเรามักหลีกเลี่ยง ความจริง เพราะความกลัว... กลัวว่าจะไม่เป็นอย่างที่หวัง อย่างที่ฝัน

บางครั้ง คนที่โดนหลอก ไม่ใช่ว่าคนๆนั้นไม่รู้ แต่...ยอมให้หลอก เพื่อ ค้นหาความจริงอะไรบางอย่าง ยอมแม้กระทั้งให้ความจริงใจกับอีกฝ่ายก่อน เพื่อสุดท้ายก็ได้คำตอบที่ รู้อยู่แล้วว่า สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด เป็นเพียงภาพลวงตา

แต่ก็อย่างว่า คนเรามักชอบอยู่ในจินตนาการ มากกว่าจะยอมรับ และเปิดใจ กับความจริง เพราะอะไร...เพราะสิ่งที่คนเรารับรู้มักถูกแต่งเติมด้วย จินตนาการของ ตัวผู้รับรู้เอง ความหมายที่แท้จริงจึงผิดเพี้ยน

ครั้นจะให้ผู้บันทึกหรือข้าพเจ้า บอกไปตรงๆ ผู้อ่าน ก็คงไม่ได้รับอะไรกลับไปคิดเลย ซึ่งมันก็จะกลายเป็นแค่


คำพูดคำบ่นบ้าๆบอ
ของคนเพี้ยนๆคนนึง เพียงเท่านั้น....

Thursday, August 30, 2007

สัมผัสอันอ่อนโยน หมายถึงอะไร

มันหมายถึงการมีความรู้สึกนุ่มนวลกับสรรพสิ่ง กับผู้คนรอบข้าง กับสิ่งที่เราจับต้องและสัมผัส ไม่ใช่เพราะสิ่งต่างๆเหล่านั้นเป็นของท่าน แต่เพราะท่านเห็นความงามอันเป็นพิเศษของสิ่งต่างๆเหล่านั้น

ดอกไม้มีความสวยงามตามธรรมชาติ เมื่อท่านสัมผัสความงาม ด้วยสายตาของท่านก็น่าจะเพียงพอแล้วที่จะดื่มด่ำกับความงามนั้น แล้วทำไมเราต้อง เด็ดทึ้งดึงกระชากดอกไม้ดอกนั้นออกมาจากต้น เพียงเพื่อได้สัมผัสมันเพิ่มขึ้นอีกหน่อยแค่นั้นเองหรือ

หากในโลกนี้เหลือดอกไม้อยู่เพียงดอกเดียว ท่านจะเด็ดดอกไม้ดอกนั้น เพียงเพื่อเก็บไว้ชื่นชมคนเดียวอย่างนั้นหรือ ท่านไม่อยากเผื่อแผ่ความงามที่จะปรากฏต่อสายตาของผู้อื่นบ้างหรือ...เมื่อท่านสัมผัสถึงสิ่งต่างๆอย่างลึกซึ้ง ท่านย่อมไม่ทำลาย ไม่ทำร้ายสิ่งต่างๆ หรือผู้อื่น นั่นคือความอ่อนโยน และความรักอย่างจริงใจต่อสิ่งต่างๆเหล่านั้น

แต่เราให้ความหมายแก่ความรักกันอย่างไร หากท่านรักคนๆหนึ่งเพราะเขารักท่าน นั่นไม่ใช่ความรัก ความรักเป็นความรู้สึกอันพิเศษที่มีต่อผู้อื่น โดยปราศจากการเรียกร้องสิ่งใดๆตอบแทน นั่นหล่ะ
สัมผัสอันอ่อนโยน ที่ทำให้เกิดความรักที่แท้จริง
รัก คือการให้โดยไม่หวังผลตอบแทน

รัก คือการให้โดยไม่หวังผลตอบแทน จริงเหรอ ที่ไม่หวังอะไรเลย ถ้าอย่างนั้น...

คุณเสียใจทำไม เวลาที่เขาไม่มาหา เพราะคุณหวังว่า...เขาจะมา
คุณเสียใจทำไม เวลาที่เขาห่างเหิน เพราะคุณหวังว่า...เขาจะเอาใจใส่
คุณเสียใจทำไม เวลาที่เขามีคนใหม่ เพราะคุณหวังว่า...เขาจะเป็นของ
คุณคนเดียวคุณเสียใจทำไม เวลาที่เขาไม่รัก เพราะคุณหวังว่า...เขาจะรัก

มีใครบ้างที่รักแล้ว ไม่ต้องการให้...เขามาดูแลเอาใจใส่
มีใครบ้างที่รักแล้ว ไม่ต้องการให้...เขามีแต่คุณคนเดียว
มีใครบ้างที่รักแล้ว ไม่ต้องการให้...เขารักคุณบ้างเลยสักนิด

"ขอเพียงแค่นี้" / "เท่านี้ก็พอ" / "ชั้นไม่ต้องการอะไรมากไปกว่านี้"
เหล่านี้เป็นกำแพงที่เราสร้างขึ้น เพื่อยับยั้งความต้องการของเราเอง
การยับยั้งความต้องการ มันเป็นความทรมานจากการห้ามความรู้สึกตัวเอง
หลอกตัวเองว่าอย่ารักมากไปกว่านี้เลย ทั้งๆที่ความจริงก็รักไปแล้วหมดหัวใจ

รักและคิดถึง เมื่อรักแล้วก็ต้องคิดถึง
เวลาที่คิดถึง คุณมีความสุขหรือเปล่า
ความคิดถึงกับความโหยหา ต่างกันตรงไหน?
เวลาที่ชั้นคิดถึงใคร ชั้นแอบคิดเสมอว่าเขาจะคิดถึงชั้นอยู่บ้างไหม

"ความรัก" เหมือนกาแฟ ขมแต่ก็อร่อย
"ความรัก" เหมือนกุหลาบ สวยงามแต่ก็มีหนามแหลม
"ความรัก" เหมือนสายลม พัดมาเย็นสบาย แล้วก็จากไป
"ความรัก" เหมือนเปลวเทียน สว่างไสว ร้อนแรงแต่สุดท้ายก็เผาตัวเองจนหมดไป

จริงเหรอที่...รัก คือ การให้...โดยไม่หวังผลตอบแทน
แรงเฉื่อยของความรัก

ใครหลายคนรักแล้ว แรกเริ่ม ก็มีแรงผลักดันให้ทำอะไรต่อมิอะไรมากมาย จนดูเหมือนทุกสิ่งที่ทำ แค่ เธอ กับ ฉัน เท่านั้น

แต่แล้วเมื่อเวลาผ่านไป แรงผลักดันต่างๆนั้นก็ลดน้อยถอยลง เหมือนมีแรงต้านอย่างอื่น มาทำให้เราต้องกระเด้งกระดอนไปที่อื่น จนลืมว่ามี เธอ...

พอนานวันเข้า แรงผลักดันก็กลายเป็นแรงเฉื่อย เฉยชา ใส่กัน ไม่กระตือลือร้นที่จะรักกันเหมือนแรกเริ่มปล่อยให้ความรัก ดำเนินไปตาม ยถากรรม

ล่วงเลยไป จนแรงเฉื่อย หมดลง แล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็หยุดนิ่ง ทั้งความรัก ความเอาใจใส่ อย่างที่คนรักควรจะทำเมื่อแรงหมดลง ทุกสิ่งก็จบลง...ไปด้วย

หากข้าพเจ้าจะเปรียบ ความรักเหมือนการปั่นจักรยาน...จะผิดมั้ย ที่บางครั้ง ทางที่เราปั่นไป มีทั้งทางขึ้นที่สูงชันและทางลง ที่ลาดชัน...

เมื่อต้องปั่นขึ้นทางที่สูงชัน แรกเริ่ม ดั้นด้นปั่นอย่างไม่ลดละ เพื่อขึ้นไปให้ถึงจุดหมาย พอถึงจุดหมาย แรงที่ใช้ปั่นก็แผ่วลงจนราบเรียบ...ไม่ต้องพยายามมากนัก แต่ยังต้องปั่นเพื่อเดินหน้าแต่พอนานเข้า ทุกสิ่งเหมือนทางลงที่ลาดชัน ไม่ต้องปั่น มีแต่คอยเบรคเพื่อชลอ จนบางทีหยุดนิ่ง หรือบางคน ปล่อยให้มันดิ่งลงเร็วเกินกว่าจะควบคุมได้ สุดท้าย ก็...หยุดไม่อยู่

ความรัก...ควรมีแรงผลักดันด้านอารมณ์อยู่เนืองๆเพราะมันทำให้เรารู้ว่า เราควรดำเนินความรักไปอย่างไรไม่ใช่ ปล่อยให้มันกลายเป็นแรงเฉื่อย ที่สุดท้ายหมดลงอย่างที่ไม่ควรจะเป็น...

วันที่บอกรักครั้งแรก...จำได้มั้ยว่า เลือดสูบฉีดเข้าออกที่หัวใจแรงขนาดไหนจำมันไว้ซิ...อย่าให้ความเฉยชา กลายเป็นสิ่งอุดตันเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงหัวใจจนทำให้มันหยุดเต้น...
รักหล่อเลี้ยง ดวงฤทัย ให้ชุ่มชื่น
รักทำให้ ตัวเราตื่น จากฝันร้าย
รักใช่เพียง แค่มีคน ที่ข้างกายแต่
รักต้อง ให้หัวใจ ใกล้ชิดกัน
สองเป็นหนึ่ง เฝ้าอิงแอบ แนบชิดใกล้
รวมดวงใจ เฝ้าดูแล อย่างแข็งขัน
คอยถนอม ซึ่งความรัก กันและกัน
ไม่แปรผัน กลายเป็นรัก มิรู้ลืม
ใจสองใจ ต่างที่ ต่างทางมา
ลิขิตพา ให้มาคบ พบกันได้
เฝ้าเพียรถาม เฝ้าคอยบอก รักหมดใจ
อย่าให้ใคร ต้องหมางเมิน เกินทานทน
ความรู้สึก อารมณ์รัก นั้นบางเปราะ
เพียงกระเทาะ อาจแตกหัก เกินประสาน
จงดูแล รักษา รัก ให้เนิ่นนาน
ใช่คอยผลาญ อารมณ์ใจ มิใยดี

Saturday, August 25, 2007

JAMES MORRISON
TITLE:YOU GIVE ME SOMETHING
ALBUM:UNDISCOVERED
You only stay with me in the morning
You only hold me when I sleep
I was meant to tread the water
Now I’ve gotten in too deep
For every piece of me that wants you
Another piece backs away


Coz you give me something
That makes me scared airight
this could be nothing but I’m willing
to give it a try
Please give me something coz some day
I might know my heart


You only waited up for hours
Just to spend a little time alone with me
Like I said, I’ve never bought you flowers
I can’t thought I’d love someone
That was someones else ‘s dream….

Coz you give me something
That makes me scared alright
This could be nothing but I’m willing
to give it a try
Please give me something coz some day
I might know my heart

But It might be a second too late
The words that I could never say
Are gonna come out anyway

ในเช้านี้มีเธอเพียงคนเดียวที่อยู่กับฉัน
เธอเท่านั้นที่กอดฉันไว้ตอนที่ฉันหลับ
ราวกับฉันถูกพยุงตัวในน้ำ
ตอนนี้ฉันซักจะถลำลึกไปซะแล้ว
ทุกสิ่งในตัวฉันต้องการเธอ
แต่อีกส่วนหนึ่งของฉันนั้นกลับรู้สึกสวนทาง


เพราะเธอได้มอบอะไรบางอย่างให้กับฉัน
ที่มันทำให้ฉันหวั่น
นี่มันอาจจะไม่มีอะไรเลยก็ได้ แต่ฉนปรารถนา
จะลองมันดูสักครั้ง
ได้โปรด มอบอะไรสักอย่างกับฉัน เพราะสักวัน
ฉันอาจจะเช้าใจหัวใจของฉัน

เธอตื่นคอยอยู่เป็นชั่วโมงๆ
เพียงเพื่อเข้าใช้เวลาอันน้อยนิดกับฉันลำพัง
อย่างที่ฉันเคยบอก ฉันไม่เคยซื้อดอกไม้ให้เธอ
ฉันคิดไม่ออกว่ามันจะเอาไปทำอะไร
ฉันไม่เคยคิดเลย ว่าฉันจะรักใครสักคน
นั่นมันคือฝันของคนอื่นต่างหาก

เพราะเธอได้มอบอะไรบางอย่างกับฉัน
ที่มันทำให้ฉันหวั่น
นี่มันอาจจะไม่มีอะไรเลยก็ได้ แต่ฉันปรารถนา
จะลองมันดูสักครั้ง
ได้โปรด มอบอะไรสักอย่างกับฉัน เพราะสักวัน
ฉันอาจจะเข้าใจหัวใจของฉัน

แต่มันอาจจะสายไปนิดหน่อย
คำที่ฉันไม่เคยพูด
ก็จะพูดออกมาอยู่ดี
ความรักแบบไหนที่ทำให้เราสดใสวิ๊งวิ๊ง


รูปแบบความรักของแต่ละคนช่างแตกต่างกันเสียนี่กระไร ลองสำรวจตัวเองก่อน ว่าเราอยากมีความรักแบบไหน จะได้สร้างภูมิคุ้มกันให้รักของเราปลอดภัยหายห่วง


-อยากมีความรักแบบที่ไม่ต้องการอะไร ขอแค่ได้อยู่ด้วยกันจับมือหนุงหนิง หรือแค่มองตากัน ปิ๊งๆๆ ก็มีความสุขที่สุดแล้วไม่ขอมีอะไรมากกว่านั้น
-อยากมีความรัก และอยากมีอะไรๆกับคนที่เรารักด้วยแต่ไม่อยากคิดโรค ไม่อยากท้อง
-อยากมีความรักกับเพศเดียวกัน แต่บางครั้งก็ไม่แน่ใจ ว่าเป็นไปได้จริงไหมแล้วต้องระวังเรื่องอะไรบ้างหรือเปล่า หรือว่าสักวันจะเปลี่ยนใจไปรักเพศตรงข้ามได้ไหม
รักใสใสหัวใจไร้กังวล


ความรักมักเป็นเรื่องแปลก บางครั้งไม่ได้อยากมีไม่ได้โหยหา อยู่เฉยๆ ก็มาจู่โจมซะอย่างนั้น แต่บางครั้งอยากมีความรักแทบตาย ทำยังไง ก้ไม่มา แถมเวลามีความรักแต่ละที ความเป็นตัวเองก็หดหายไปด้วย เงื่อนไขหรือนิยามของความรักแต่ละคนก็ต่างกันคนนี้ชอบแบบนั้น คนนั้นชอบแบบนี้ อีรุงตุงนังกันไปหมด เพราะความชอบ ไม่ชอบเป็นเรื่องที่บังคับกันไม่ได้ เหมือนกับความรักนั่นแหล่ะที่มีได้หลายแบบขึ้นอยู่กับความคิด ความเชื่อ ความชอบ และการเลี้ยง ดูของแต่ละครอบครัว แต่ไม่ว่าเป็นยังไง เราก็คงอยากมีความรักที่สดใส ปลอดภัยหายห่วงใช่ไหมล่ะ

Thursday, August 23, 2007

สารานุกรมเฮฮาฉบับย่อความ
เสธ. = ย่อมาจากเสนาธิการ เป็นตำแหน่งทางการทหาร หน้าที่หลัก คือ ดูแลสถานบันเทิงทั่วกรุงเทพฯ รวมถึงตลาดโบ๊เบ๊ มีกำลังพลเป็นชายฉกรรจ์ ในชุดซาฟารี

wristband = หนังยางเส้นใหญ่ ใช้สวมข้อมือ ฝรั่งเป็นคนคิด ผลิตจากเมืองจีน ขายดีที่ประเทศไทย

สว. = ตำแหน่งทางการเมือง ทำหน้าที่อะไรไม่ทราบแน่ชัด เห็นแต่เป็นข่าวซื้อบริการทางเพศเด็ก , ต่อยกันกลางสภาฯ และ พกปืนในที่สาธารณะ มีแต่ข่าวอัปมงคล ว่างั้นเหอะ 555

SMS = ช่องทางหาเงินจากบริการเสริมของโทรศัพท์มือถือ คิดค้นโดยพิธีกรรายการทีวี ส่งไปซักแปดร้อยครั้งคุณอาจได้รับเสื้อยืด 1 ตัว กระทิงแดง,ลิโพ,

M150 = น้ำหวานใส่กลิ่น บรรจุขวดเล็ก เล็ก นิยมเรียกว่า "เครื่องดื่มบำรุง กำลัง" มีสรรพคุณไม่ต่างจาก เฮลล์บลูบอย

รวยฟ้าผ่า = รายการชิงโชคจากฝาเครื่องดื่มชนิดหนึ่ง ความหมายเป็นนัย ว่า มีโอกาสรวย ยาก พอ พอ กับโอกาสถูกฟ้าผ่า อันนี้ก็ถูก

สาวเชียร์เบียร์ = พริตตี้ เกิร์ล ประจำสวนอาหาร และ ร้านข้าว

ไฟเหลือง = จงรีบเร่งเครื่อง ตะบึงไปให้พ้นสี่แยก ถ้าจอด จะกลายตัวเป็นตัวถ่วงของจราจร

ไฟเขียว = จงบีบแตรไล่ไอ้คันข้างหน้า

ชาเขียว = เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ และ ความร่ำรวย ของผู้ผลิต

การเมือง = คือไร ไม่รู้..รู้อย่างเดียว คือการบ้าน ถ้าวันไหนไม่ทำ มีงอนแน่ ดีไม่ดี หัวแตกอีก หาว่าไปทำการบ้านที่อื่น โอ้ย!..แค่การบ้านก็ปวดหัวแล้ว

เบนโล = เป็นยาน้ำบำรุงสำหรับผู้หญิง ทำให้ผิวผุดผ่องสดใส มีน้ำมีนวล เหมาะสำหรับสตรีที่มีลูกยาก ทานทุกวันรับรองลูกติดโดยไม่รู้ตัว

กระโปรงเหี่ยน = กำลังเป็นที่นิยมในหมู่นักฟังเพลงลูกทุ่ง ถ้าใครไม่รู้จักถือว่าเชยครับ หมายถึง สาวที่ชอบ นุ่งกระโปรงสั้น ๆ ยิ่งสั้นยิ่งชอบ ว่างัยจ๊ะ

Girly Berry Girly Berry = เราสนใจชุดที่เธอใส่ และ สิ่งที่อยู่ภายใน มากกว่าเพลงที่พวกเธอร้อง
รหัสรูปภาพ (ฉบับกวนโอ้ย 555)

(__)(__)(_/_) ส่ายก้นดุ๊กดิ๊ก
OOOO----- ลูกชิ้นปิ้ง
(' ' )( ' ' )( ' ') หมามองเครื่องบิน
(. . )( . . )( . .) สาวบนเครื่องบินมองลงมา
t(- " - t ) ชูนิ้วกลางด่า
@( "<)@ กำมือกรี๊ดสุดริด
/(_<) ทนฟังไม่ได้
==============]o--(-"-o--) เจได
========]--( =="== )--o]======== ดาร์คมอล์
( -/-) สวัสดีครับ
( - _ -)/ ธุๆ
/(- _- )( -/- )( - _-)/ ภราดร (ไหว้ 4ทิศ)
(__) *(__)====@ ตด(o)(o) นมจากเต้า
( o )( o ) นมบิ๊กไซส์o/o/ นมยาน
(o)./ นมแบบนี้ปรึกษาแพทย์ด่วน
__)__) ก้นใหญ่
_____)___) ก้นใหญ่มาก
ไ( -" -ไ) ตั้งการ์ดสูงๆ
( -" - ๆ) ตั้งการ์ดต่ำ
o==( -" - ๆ) แย็บขวา
o==( -" - o==) ชกๆ
('-' )( ' - ' )/(/ '-')/ เอ้าฮุยเลฮุย
(ToT)/ แง..อุ้มๆ
^} ผู้ชาย
//^} ผู้หญิง
^}{^ ผู้ชายกะผู้หญิงจุ๊บกัน
(___/U___) ผู้ชายยืนแก้ผ้า
(___//___) ผู้หญิงยืนแก้ผ้า
(___/*U*___) ผู้ชายยืนแก้ผ้า(อันนี้โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว)
ไม่ใช่เรื่องยากนัก หากจะสังเกตุความผิดปกติของคนรักข้างกาย

โดยเฉพาะยามที่เขาหรือเธอ ออกอาการเปลี่ยนไป๊ !!! หากพฤติกรรมของคนรักเข้าข่ายทั้ง 20 ข้อข้างล่างนี้ รับรองว่า ลางสังหรณ์ของคุณที่คิดว่าคนรักนอกใจไปมีคนอื่นนั้น ถูกต้องกว่า 80 เปอร์เซ็นต์

1. อาการแรกเริ่มของคนที่คิดนอกใจ จะเริ่มจากการให้ความสนใจ และตอบสนองความต้องการของคนข้างกายมากขึ้นแทบทุกเรื่อง
2. เริ่มซื้อของขวัญให้ ไม่ว่าจะใช่หรือไม่ใช่เทศกาลใดๆ คุณก็มักจะได้ของขวัญชิ้นพิเศษจากเขา แถมยังเป็นของขวัญที่มอบให้ด้วยใจไม่บริสุทธิ์อีกด้วย
3. เกิดพฤติกรรมลังเล อ้ำๆ อึ้งๆ ไม่ว่าจะเป็นอาการตกใจเกินเหตุ หรือแม้แต่อาการเห็นด้วยกับคุณไปเสียทุกเรื่อง ทั้งๆ ที่มันไม่จริง
4. จากนั้นจะเปลี่ยนเป็นการหาเรื่องทะเลาะ แล้วหนีออกนอกบ้าน ด้วยเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง
5. มักจะได้ยินประโยคที่ไม่เคยได้ยิน เช่น คุณจะอยู่ได้ไหมถ้าเราเลิกกัน หรือผมจะยังรักคุณเสมอถึงแม้เราจะเลิกกันไปแล้ว
6. อารมณ์ใจลอยที่เกิดขึ้น หรือเรียกง่ายๆ ว่าจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แถมมักจะอารมณ์เสียเวลาที่อยู่ใกล้ๆ คุณ
7. อาการนิ่งเฉย เหมือนเอาใจออกห่าง
8. สไตล์ที่ชอบเปลี่ยนไป โดยเฉพาะ แนวการฟังเพลง ที่ชอบป๊อบมานานๆ แล้วปันหูให้เพลงร็อกซะงั้น!?!
9. ความสนใจในครอบครัวของคุณที่ลดน้อยลง เริ่มไม่อยากเอ่ยถึงพ่อแม่ หรือครอบครัวของอีกฝ่าย
10. เริ่มต้องการขอใช้ชีวิตส่วนตัว หลังจากเมื่อก่อน ได้ใช้ชีวิตคลอเคลียอยู่กับคุณทั้งวัน
11. เขาเลิกชื่นชมคุณซะดื้อๆ แถมประโยคอย่าง ผมรักคุณ หรือฉันรักคุณ แทบจะไม่ปริออกจากปากให้คู่รักได้ยินอีกเลย
12. เขามักจับผิดคุณในทุกๆ เรื่อง เพื่อชดเชยความผิดของเขา
13. เขาเริ่มสมาคมกับเพื่อนฝูงอีกครั้ง หลังจากร้างลาวงเหล้ามานาน แถมยังชอบพูดคุยปัญหาของเพื่อนฝูง มากกว่าปัญหาที่มีกับคุณ
14. เขาเลิกพูดถึงเรื่องอนาคตของคุณทั้งสอง แม้คุณจะเฝ้าถามถึงเรื่องแต่งงานและมีลูก
15. เขาไม่ได้แสดงการรักไคร่คุณอีกเลย แถมความมีน้ำใจก็เหือดหายไปพร้อมกับความรัก
16. เขาเริ่มอยากมีโลกส่วนตัวมากขึ้นเรื่อยๆ แถมยังมีเบอร์ส่วนตัว ที่ไม่อยากให้คุณรับสายให้ บวกกับวิธีการพูดด้วยน้ำเสียงที่มากเกินเพื่อน
17. อาการเบื่อหน่ายทางเซ็กซ์ เริ่มปรากฏให้เห็น และยิ่งเด่นชัดขึ้นเรื่อย แถมยังหันไปฟังเพลงและดูทีวี มากกว่าจะมาจู๋จี๋กับคุณ
18. เขามักสะดุ้งโดยไม่มีเหตุผลเมื่อตื่นขึ้นในตอนเช้า คงเพราะอาการไม่แน่ใจว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงใคร19. อาการของคนรัก เป็นไปอย่างที่คนรอบข้างทัก เพราะคนรอบช้างมักสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงในคู่รัก มากกว่าคู่รักจะมองเห็นกันเอง
20. อาการโมโหสุดขีด เมื่อคุณไต่ส่วนถึงกิจวัตรนอกบ้าน เช่น วันนี้ไปไหนมาบ้าง กลับบ้านอีกโมง

Saturday, August 18, 2007

::ในที่สุด::
ในที่สุดแล้ว คงเป็นตัวฉันเอง
ทุกความสับสน เพียงแค่ตัวฉันเอง
แต่เพราะมีใครอีกคนนั้น
กับทุกวันที่เข้าใจ
แม้ความจริงที่มีนั่น
จะเป็น.... อย่างไร... ก็ตาม...
ยังบอกเรื่อยมา แล้วว่ามันสวยงาม
สิ่งที่ฉันเป้น เพียงแค่จะยอมแล้ว
แต่เพราะมีใครอย่างเธอนั้น
กับทุกวันที่เข้าใจ
แม้ความจริงที่มีนั้น
จะเป็น.... อย่างไร.... ก็ตาม.....
และทุกนาทีที่เธอนั้นมีให้มานั่น
ฉันจะยังเก็บไวอยู่ภายใจจิตใจ
*ทุกนาทีที่เธอนั้นมีให้มานั้น
ฉันจะยังเก็บไว้อยู่ภายในจิตใจ
(ซ้ำ*,*,*)
ไม่ว่าเรา...... จะเป็น.... อย่างไร.... ก็ตาม.....

Wednesday, June 20, 2007

"เพราะเราคู่ กัน "
เราได้ยินเสียงที่ชัดเจนเพระเรามีหูสองข้างที่อยู่คนละข้างแต่เป็นหู คู่
เราสามารถมองเห็นได้กว้างไกลและชัดเจนเพราะเรามี ตาคู่หนึ่งที่อยู่กับแต่ไม่มีวันบรรจบกัน
เราเดินและทรงตัวได้ดีเพราะเรามีเท้าคู่หนึ่งที่ แข็งแรงคอยพาเราไป
เราสามารถจับและถือสิ่งของได้เพราะเรามีมือสอง ข้างคู่หนึ่งที่ร่วมมือกับที่
ไฟฟ้าทำงานได้เพราะมีขั่วบวกและขั่วลบ ที่ต้องทำ งานกันเป็นคู่
นกบินได้เพราะนกมีบินสองข้างคู่ หนึ่ง
เราสามารถอยู่บนโลกใบนี้ได้เพราะโลกสร้างผู้หญิง มาเป็นคู่ผู้ชาย
โลกสว่างสดใสเพราะมีพระอาทิตย์คู่กับกลาง วัน
ท้องฟ้าสวยสว่างไสวเปล่งประกายเพราะมีดวงดาวคู่ กับกลางคืน
สิ่งเหล่านี้จะขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไปไม่ได้ เพราะ ทั้งหมดเป็นสิ่งที่เป็นของคู่กันตรานนานเท่านาน...
ถ้ามันพูดได้ก็คงอยากจะพูด กับเราว่า "เพราะเราคู่ กัน "
"ยิ่งนาน ยิ่งรัก"

ยิ่งนานยิ่งรัก เกิดขึ้นได้พอๆกับ ยิ่งนานยิ่งไม่รัก
การดูแลความสัมพันธ์ เหมือนการกำทราย
กำแน่นไป ทรายก็ร่วงออกจากมือหมด
กำเบาไปทรายก็ไม่อยู่ในมืออยู่ดี

เวลาผ่านไป ใช้ชีวิตอย่างธรรมชาติให้มากขึ้น
เมื่อไหร่รู้สึกเหนื่อย ดีใจเถอะที่เหนื่อยเป็น
จะได้รู้สึกว่าควรพักซะที เหมือนคนที่ป่วยเป็น
แสดงว่าเราใช้ร่างกายมากเกินไปแล้ว ถ้าไม่ป่วยซะบ้างเลย
เราจะไม่รู้ว่าควรถนอมร่างกายได้หรือยัง

การรักคนอื่นก็คือ การรักตัวเองอีกแบบหนึ่ง
อยู่คนเดียวเรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารักตัวเองรึเปล่า
พอเริ่มรักใครซักคน
สิ่งที่ไม่เคยทำก็ทำ ไม่เคยหวานขนาดนี้ก็หวาน
ทำทุกอย่างที่จะรักษาคนที่เรารัก ให้อยู่กับเรานาน ๆ
เพราะอะไร…เพราะรักตัวเองและกลัวตัวเองเสียใจ

ความรักเป็นเรื่องของคน 2 คน มีความสุขทั้ง 2 คน
อย่าให้คนหนึ่งมีความสุข ในขณะที่อีกคนหนึ่งพยายาม
อย่าให้คนหนึ่งเสียใจ ในขณะที่อีกคนไม่รู้ตัว

Thursday, June 07, 2007

แต่งหน้าง่าย ๆ สไตล์มืออาชีพ แบบ ชู อูเอมูระ

ด้วยความเป็นผู้นำด้านการผสมผสานศิลปะโลกตะวันออกเข้ากับเทคนิคการแต่งหน้า ทีมงานของชู อูเอมูระ จึงเปี่ยมไปด้วยมุมมองในศิลปะที่สร้างสรรค์ได้อย่างไม่สิ้นสุด เป็นผลงานผ่านเครื่องสำอางและสกินแคร์ชั้นยอด สู่ความพึงพอใจในแบบเฉพาะตัวของทุก ๆ คนที่ได้รับคำแนะนำจากทีมงานของชู อูเอมูระ


Discovery หลักสูตรล่าสุด นัยถึงการค้นพบความงามในแบบของตัวเอง ที่โดดเด่นและอยู่ในโลกของความเป็นจริง ที่ให้ความสำคัญกับผิวสุขภาพดี ตั้งแต่ขั้นตอนของการเตรียมผิวที่ละเอียดอ่อนสำหรับทุกสภาพผิว ทำความสะอาด เตรียมผิว คืนความชุ่มชื้น และปกป้อง ก่อนการแต่งหน้า เพื่อสร้างเกราะป้องกันมลภาวะให้ผิวแข็งแรง กระจ่างใสจากภายใน ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการแต้มสีเติมสันให้ความสดใสกับใบหน้า

โดยชู อูเอมูระ นำเสนอเทคนิคการแต่งหน้า ที่ง่ายและเหมาะกับผู้หญิงทุกคนใน 2 ขั้นตอน โดยเริ่มที่...

1. Base Make Up - เตรียมผิวให้นวลเนียนกระจ่างใส เป็นขั้นตอนที่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะเมื่อผิวเรียบเนียนแล้ว การแต่งแต้มสีก็เป็นเรื่องง่าย โดยในขั้นตอนนี้ ชู อูเอมูระ เมคอัพโปร แนะนำเราว่า ควรเลือกปกปิดริ้วรอยใต้ตาด้วยคอนซีลเลอร์ เป็นอันดับแรก โดยไม่ควรเลือกเฉดสีที่อ่อนกว่าความเป็นจริง เพราะจะทำให้รอยคล้ำใต้ตา กลายเป็นสีเทาแทนที่จะเป็นสีผิว และในการลงคอนซีลเลอร์ ให้ใช้นิ้วนางกดแต้มอย่างเบามือ ทั่วบริเวณที่หมองคล้ำ แล้วลงแป้งฝุ่นเบา ๆ เซ็ทคอนซีลเลอร์ให้ปกปิดริ้วรอยอย่างมั่นใจ จากนั้นจึงเริ่มลงรองพื้น โดยให้เลือกสีที่ใกล้เคียงกับผิวมากที่สุด และในขั้นตอนการลงให้เริ่มจากบริเวณกึ่งกลางใบหน้า ตั้งแต่จมูก ไล้ออกด้านข้างอย่างเบามือ และจบด้วยการปัดแป้งฝุ่นเบา ๆ ให้ผิวไม่ดูหนาหนักจนเกินไป เป็นการจบขั้นตอนเตรียมผิวก่อนการลงสีสัน

2. Point Make Up - ในขั้นตอนการลงสีสันแบบของ ชู อูเอมูระ จะให้ความสำคัญกับแต่ละจุดบนใบหน้าเท่า ๆ กัน ไม่มากไปหรือน้อยไปในแต่ละส่วน เพื่อให้ใบหน้าดูสวยขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ


เปลือกตา - เคล็ดลับง่าย ๆ เพื่อดวงตาสดใส ชู อูเอมูระ เมคอัพโปรแนะนำเราว่า การลงสีรองพื้นด้วยอายชาโดว์อย่างสีงาช้าง หรือสีชมพูอ่อน จะเหมาะกับผิวของคนไทย ซึ่งจะช่วยให้การเล่นสีบริเวณเปลือกตามีความคมชัดและง่ายขึ้น โดยหากต้องการสีสันที่สดใสหรือแนบแน่นยิ่งขึ้นอาจเลือกใช้ Illuminizer ลักษณะเป็นเนื้อครีมบางเบา บริเวณเปลือกตาเพื่อช่วยในการจับเนื้อสีอายชาโดว์ให้ได้มากยิ่งขึ้น และไม่เป็นคราบระหว่างวัน

สีสัน - สำหรับร้อนนี้สีสันของเปลือกตา สามารถเล่นได้อย่างอิสระตั้งแต่สีโทนน้ำตาล หรือชมพูที่สาวไทยชอบ ไล่ไปจนถึงสีสดใสของธรรมชาติ อย่างฟ้าน้ำทะเล เขียวคราม ซึ่งเป็นได้ทั้งสีหลักและไฮไลท์ที่ช่วยสร้างมิติให้ดวงตา และนอกจากสีสันแล้ว การแก้ไขรูปตาถือเป็นเทคนิคสำคัญในการให้คำแนะนำของทีม ชู อูเอมูระเมคอัพโปร โดยปัญหาใหญ่ ๆ พบบ่อยคือหางตาตก เป็นเหตุของสีหน้าที่ไม่สดใสดูหมองเศร้า คำแนะนำง่าย ๆ คือ ในขั้นตอนการ เขียนไลเนอร์ด้วยอายแชโดว์ ให้เขียนให้ชิดขอบตาให้มากที่สุด และเมื่อถึงบริเวณหางตาให้ตวัดขึ้นเล็กน้อยและใช้พู่กันนุ่ม ๆ เบลนด์กระจายให้สีฟุ้ง ๆ เพื่อช่วยเปิดบริเวณหางตาให้สูงขึ้น สดใสขึ้น

คิ้ว - เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามในขั้นตอนการแต่งหน้า เพราะคิ้วทำหน้าที่เสมือนกรอบหน้าของเรา หากกรอบหน้ามีลักษณะแคบหรือตกลงใบหน้าก็จะดูหมองเศร้า หรือคิ้วหนาไปก็จะดูเข้ม ส่วนถ้าบางไปแน่นอน ใบหน้าก็จะดูโล้น ๆ ไม่สมดุล เทคนิคที่ง่ายที่สุดคือหวีและจัดแต่งคิ้วตามธรรมชาติให้ได้รูปเสียก่อน หากหนาไปให้ถอนออก หรือรับบริการแต่งรูปคิ้วได้ที่เคาน์เตอร์ชู อูเอมูระได้ทุกสาขา

พวงแก้ม - ให้เลือกสีสันที่เหมาะกับโทนผิว ถ้าผิวสีเข้มไม่ควรเลือกสีที่อ่อนบางจนเกินไปเพราะเมื่อปัดแล้วจะไม่เห็นสีของบลัชออน ควรเลือกสีที่เข้มขึ้นสักนิดและปัดเน้นบริเวณพวงแก้มบาง ๆ อย่างเป็นธรรมชาติ หรืออาจไล้บริเวณกรอบหน้าเพื่อให้ใบหน้ามีความคมชัดยิ่งขึ้น

เรียวปาก - สามารถเลือกได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อของลิปสติก รวมไปถึงสีสัน แต่เทคนิคง่าย ๆ ก่อนการแต่งเติมควรบำรุงและให้ความชุ่มชื้น กับเรียวปากอย่างเต็มที่เพื่อเรียวปากอิ่มสวย ทาลิปสติกสีอะไรก็สวย

เคล็ดลับง่าย ๆ ในแบบเฉพาะตัว เพื่อเสริมสร้างบุคลิก ผู้หญิงหนึ่งคน ความสวยในหนึ่งแบบ แต่ละคนมีแบบที่แตกต่างเหมาะสมเฉพาะตัว ลองค้นพบเทคนิคการแต่งหน้าที่เหมาะกับตัวเอง จากคำแนะนำของ ชู อูเอม ูระ เมคอัพโปร ได้ ณ เคาน์เตอร์ ชู อูเอมูระได้ทุกสาขา และ ชู อูเอมูระ บูติค สยามดิสคัฟเวอรี่
รักนะ…...ไม่ใช่เกมโชว์


สาวหน้ามน-เริ่มหิวละจะกินอะไรดี((น้ำเสียงปรกติ)) หนุ่มหน้าตี๋-ถ้าอย่างนั้นกิน MKกันไหมจ๊ะสาวหน้ามน-ไม่เอาเดี๋ยวหัวเหม็น ((น้ำเสียงแข็งเล็กน้อย)) หนุ่มหน้าตี๋-ถ้างั้นไปกินแม็คโดนัลกันไหมจ๊ะ สาวหน้ามน-ไม่เอาอาหารจังฟู๊ดแบบนั้นเดี๋ยวฉันก็อ้วนหรอก((เสียงแข็งมากขึ้น)) หนุ่มหน้าตี๋-งั้นไปกินข้าวมันไก่แถวประตูน้ำกันสาวหน้ามน-ว้ายยย ไม่เอา ร้อนก็ร้อน ฝุ่นก็ก็เยอะ ไม่กงไม่กินมันแล้ว ((สิ้นเสียงก็ลุกสะบัดตูดเดินหายไป))หนุ่มหน้าตี๋ -- ??????? บทสนทนานี้ได้ยินมากับหู ดูมากับตาที่มุมหนึ่งของเซ็นเตอร์พ้อยท์ ระหว่างตี๋แว่น กับสาวหมวย ตาโต ฟังแล้วก็รู้สึกสงส้านนนสงสารอาตี๋นั้นจริงๆ ที่ต้องมาเล่นเกมทายใจแบบไม่ตั้งตัว แถมยังทายผิดไปทุกข้ออีกต่างหาก บางทีถ้าน้องหมวยตาโตเฉลยมาตั้งแต่ต้น ก็คงไม่มีการทายผิดให้ไม่สบายใจกันแน่ๆ ผมเคยได้ยินมานะครับว่าสาวๆ เธอนะอยากให้แฟนของตัวเอง รู้ว่าเธอนั้นต้องการอะไร สิ่งใดที่เธออยากจะได้ แต่ประทานโทษครับผู้ชายนะครับ ไม่ได้เป็นหมอดูที่จะได้รู้ว่าคุณต้องการอะไรได้ตลอดเวลา((บางที่หมอดูใช่ว่าจะรู้จริงนะครับ)) ผู้ชายส่วนใหญ่เขาไม่ค่อยทราบหรอกครับ ว่าคุณอยากไปดูหนังเรื่องใด ว่าคุณอยากกินอะไร ว่าคุณอยากจะซื้อรองเท้าสีไหน คุณอยากจะได้ดอกไม้ตอนไหน พวกเรานะอะไรก็ได้ ง่ายๆ ครับ กินข้างทางก็ได้ นอนเต๊นท์ก็ได้ นั่งริมฟุตบาธก็ได้ ซึ่งผู้ชายอย่างพวกผมน่ะค่อยไม่ชอบคิดซับซ้อนในเรื่องพวกนี้เท่าไร รักก็บอกว่ารัก ชอบก็บอกชอบ ถ้าอะไรที่ทำให้คนรักเราดีใจ พวกเราก็อยากทำให้อยู่แล้ว ขอแต่เพียงบอกมาแต่อย่ามาตั้ง 20 คำถามให้มันขุ่นเคืองเลยครับ ตอบถูกก็ดีไป ตอบผิดก็จะงอนกันไปซะเปล่าๆ แต่ถ้าคุณอยากจะเล่นก็ได้ แต่ขอเป็นนานๆ ครั้งก็พอให้ใจสดชื่น ไม่ใช่มีมาเล่นกันทุกวัน อะไรที่เกินความพอดีไปก็ไม่ไหวนะครับ เพราะรายการเกมโชว์นั้น ยังมีช่วงพักโฆษณาแถมสัปดาห์ละเทปเดียวเอง และถ้าคุณอยากจะเล่นละก็ กรุณาดูอารมณ์พวกเราด้วย ว่าช่วงนี้สามารถเล่นได้ไหม บางที่พวกเรานอนดึกเพราะเมื่อคืนดูบอล เช้าๆมาก็เบลอๆไปบ้าง จะมาเล่นเกมทายใจอย่างนี้ก็คงจะตกรอบแรกแน่ๆ และคุณก็อย่าเพิ่งบอกว่าทำไมพวกเราไม่พยายามล่ะ พวกเราก็อยากจะพยายามนะครับ เพราะถ้าบางครั้งพวกเราทายถูก คุณก็จะยิ้มแกมฉีกพวกเราก็ดีใจ แต่ถ้าทายผิดก็หน้างอกันไปตลอดวัน ซึ่งมันไม่ค่อยดีต่อสุขภาพความรักสักเท่าไร คนเราน่ะคบกัน ก็อยากที่จะให้ความรักเจริญเติบโตไปในทางที่ดี แต่เมื่อทายผิดบ่อยๆ เข้าคุณอาจจะคิดไปว่าเขาไม่รักเราแล้ว เพราะเขาไม่รู้ใจเราเหมือนเดิม สิ่งเหล่านั้นมันก็จะตกตระกอนรวมกันและอาจจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ภายในอนาคต นี่แหละครับคือสาเหตุที่พวกเราไม่ค่อยอยากเล่นเกมกันสักเท่าไร เพราะชีวิตรักไม่ใช่เกมโชว์นะครับ เอามาเล่นเป็นบ้างครั้งมันก็น่ารักดี แต่ถ้ามาเล่นบ่อยๆ ก็ไม่ไหวเพราะการเล่นเกมโชว์นั้น คนที่แพ้ก็ต้องตกรอบกันเป็นธรรมดา และถ้าคุณเล่นมากๆ เข้า และพวกเราก็ดันตกรอบกันตลอด ระวังนะครับเขาอาจจะเบื่อเกมนี้ แล้วออกจากรายการคุณไป โดยไม่ยอมรับแม้กระทั่งรางวัลปลอบใจก็เป็นได้
สมการความคิด

สมการ + ความคิด = การเริ่นต้น
การเริ่มต้น + ปลายทาง = การก้าวเดิน
การก้าวเดิน + ระยะทาง = การเรียนรู้
การเรียนรู้ + กาลเวลา = การเติบโต
การเติบโต + ความรู้สึก = ความรัก
ความรัก + การตามหา = การคาดหวัง
การคาดหวัง + ความผิดหวัง = ความทุกข์
ความทุกข์ + ความสุข = ความรัก
ความรัก + ความสมหวัง = ความสุข
ความสุข + การจากลา = ความเศร้า
ความเศร้า + ความห่วงใย = ความรัก
ความรัก + ความห่างไกล = ความคิดถึง
ความคิดถึง + กาลเวลา = ความเหงา
ความเหงา + ความห่วงใย = ความผูกพัน
ความผูกพัน + ความผูกพัน = คำสัญญา
คำสัญญา + กาลเวลา = ความเปลี่ยนแปลง
ความเปลี่ยนแปลง + ความรัก = รอยน้ำตา
รอยน้ำตา + กาลเวลา = ความเข้มแข็ง
ความเข้มแข็ง + ความอ่อนโยน = จิตใจ
จิตใจ + ความรู้สึก = หัวใจ
หัวใจ + ความฝัน = โชคชะตา
โชคชะตา + กาลเวลา = ความจริง
ความจริง + ความเท็จ = มนุษย์
มนุษย์ + มนุษย์ = สังคม
สังคม + วัฒนธรรม = ประเทศ
ประเทศ + ประเทศ = โลก
โลก + จักรวาล = ระบบสุริยะ
ระบบสุริยะ + มนุษย์ = วิทยาศาสตร์
วิทยาศาสตร์ + การค้นคว้า = เทคโนโลยี
เทคโนโลยี + พัฒนา = วัตถุนิยม
วัตถุนิยม + สังคม = ค่านิยม
ค่านิยม + มนุษย์ = ความต้องการ
ความต้องการ + ความโลภ = กิเลส
กิเลส + มนุษย์ = ความไม่สิ้นสุด
ความไม่สิ้นสุด + มนุษย์ = สัจธรรม
สัจธรรม + ชีวิต = เวียนว่ายตายเกิด
เวียนว่ายตายเกิด + ความเชื่อ = ศาสนา
ศาสนา + คำสั่งสอน = ความดี
ความดี + ความเลว = คน
คน + วัฒนธรรม = ภาษา
ขับไล่ความเบื่อ เพื่อรักกันใหม่
กลยุทธ์ 10 ประการล่อหลอกให้เขาสนใจคุณอีกครั้ง

1. รำลึกถึงอดีต ลองนึกดูสิว่า สิ่งที่พวกคุณเคยทำให้ต่างฝ่ายต่างรักกัน อย่างดูดดื่มนั้นคืออะไร แล้วนำเอาวิธีเก่าๆ นั้นแหละมาใช้

2. แสร้งเป็นมองเขาในฐานะคนรักใหม่ ไม่ใช่แค่คนรักเดิม เอมี ออสเตอร์ วัย 30 ปี อาศัยในนิวยอร์ก เล่าถึงวิธีที่ทำให้เธอไม่รู้สึกเบื่อสามีไปซะก่อน ด้วยการแยกห่างกันในบางเวลา โดยเฉพาะถ้าต้องออกงานสังคมด้วยกันละก็ เธอจะขอปลีกตัวไปคุยกับเพื่อนฝูง แล้วสังเกตเขาจากระยะไกล แกล้งทำเป็นว่าเราไม่รู้จักกัน หากคุณเห็นเขาทำให้หญิงอื่นหัวเราะขึ้นมาได้ คุณจะยิ่งตระหนักถึงเสน่ห์ในตัวเขามากขึ้น แต่อย่าเผลอคิดเป็นว่า เขาเจ้าชู้เสียก่อนล่ะ

3. ชวนเขาออกไปเที่ยว หมายถึงออกเดทของจริงเลยนะ ด้วยการหาเวลาว่างยามค่ำคืนใดสักคืนหนึ่ง แล้วโทรศัพท์ ไปจองโต๊ะตามโรงแรมหรูๆ หรือจะท่องเรือสำราญก็ตามสะดวก แต่อย่าลืมแล้วกันว่า ไปเที่ยวคืนนั้นควรไร้คนกวนใจอย่างสิ้นเชิง เครื่องมือสื่อสาร อย่าพกไปให้เกะกะ บรรดาเพื่อนนักจ้อจะได้ไม่โทร. มารังควาน เดี๋ยวหมดมู้ดกันพอดี

4. คิดถึงความทรงจำเก่าๆ ที่จะกระตุ้นให้หัวใจของคุณพองโตขึ้นอีกครั้ง แพทริเซีย ลาวิน วัย 41 แม่ลูก 6 เล่าว่า ความที่มีลูกมาก ปัจจุบันจึงรู้สึกว่า ความโรแมนติก สงสัยจะอยู่ในรถแวน เพราะต้องกระเตงสมาชิกทั้งครัวเรือน ไปไหนมาไหนพร้อมกันด้วยรถคันใหญ่ จนความโรแมนติกที่แท้จริง เหือดหายไปโดยไม่รู้ตัว กระทั่งวันหนึ่ง ไปค้นเจอจดหมายรักฉบับเก่าๆ ที่สามีเคยเขียนถึงสมัยวัยรุ่น เมื่ออ่านดูหลายประโยค สะท้อนให้ฉันเห็นคุณค่า (ที่ฉันแทบจะลืมไปแล้ว) ของตัวเอง และสามารถกระพือความรู้สึกอับเฉา แปลงสภาพมาเป็นความสุขอีกครั้ง ใครเคยได้เลิฟ เลตเตอร์ (love letter) แล้วฉีกทิ้งคงแย่แน่

5. นัดไปหวานกันใหม่ในโรงแรมชั้นดี ไม่ใช่ม่านรูด สังเกตเอาเถอะว่า ข้าวของเครื่องใช้ทั้งหลายในโรงแรม จะกระตุ้นความเร่าร้อนต่อเกมรักขึ้นได้ การให้บริการของรูม เซอร์วิส, ผ้าขนหนูสีขาวที่แสนนุ่มและสะอาด หรือได้ค้างคืนในห้องที่คุณ ไม่ต้องลงมือทำความสะอาดด้วยตัวเอง... สิ่งเหล่านี้น่าหลงใหลตายชัก ลองเปลี่ยนบรรยากาศดูแล้วจะรู้

6. มองคนรักด้วยแววปลื้ม แม้บางครั้งกลิ่นของเขาจะชวนให้รู้สึก อยากอาเจียนมากกว่าก็ตาม

7. อดกลั้นการมีเซ็กซ์ไว้จนกว่าจะทนบ่ได้ ถึงเวลานั้นการเมคเลิฟจะพิเศษกว่าที่ผ่านมา

8. สร้างความวาบหวิวเล็กๆ น้อยๆ เช่น ใส่แต่อันเดอร์แวร์ยามอยู่ด้วยกันตามลำพัง สองต่อสอง

9. ปล่อยความขี้เล่นของคุณออกมา เช่น ชวนกันไปเรียนลีลาศ แต่แยกเต้นรำกันคนละคู่ กระนั้นยังไม่วายส่งสายตาระยิบระยับให้กัน แสดงถึงความสัมพันธ์อันแนบแน่น

10. เว้นช่วงไม่เจอกันตลอดสัปดาห์ของการทำงานดูบ้าง แล้ววันหยุดอย่าลืมชดเชยกันให้หนำใจ ให้คนรักอยู่ห่างเป็นบางวันอย่างนี้แหละดี พอเจออีกที คุณจะยิ่งอยากอยู่กับเขามากขึ้น อ้าว ถ้าเป็นงี้ คงต้องหาแฟนต่างสำนักงานแล้วมั้ง